การพบเจอและการจากลาเป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคนต้องประสบพบเจอ
ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรา ซึ่งนั้นก็เป็นจริงและเป็นคำกล่าวที่เนิ่นนานมาแล้ว 
ความสุขมักมาประเดี๋ยวประด๋าวและจากไป แต่รู้ใหม่ ทุกวันคุณพบความสุขมากกว่าความทุกข์นะ  
เพียงตื่นเช้าเราก็พบสุข การขอบคุณที่ได้มีโอกาสมีชีวิตต่ออีกวันเป็นสิ่งพิเศษมาก 

      ขอบคุณต้นไม้ใบหญ้าอาหารที่เราได้รับเสมอ ๆ ในวันใหม่ แม้ความทุกข์ยากลำบากจะมาบ้าง 
แต่ก็เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากมัน มันเป็นอุปสรรคที่สร้างเกราะอีกชั้นแก่ชีวิตเรา มันเป็นอะไรที่ดีที่สุด 
เราได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากโลกนี้ ผมยังไม่ได้บอกคุณว่าผมเป็นคริสตเตียน ผมรักคนรอบ ๆ ข้าง 
ไม่อาจรู้เพราะเหตุผลใด ผมมีโอกาสรู้จักคนหลายประเภท และในหลักความเชื่อของผม ทำให้ผมรักและห่วงใยคนเหล่านั้น  นิสัยอาจเป็นส่วนหนึ่งที่บอกได้ว่ารักมากห่วงมากเป็นพิเศษละมั้ง ผมรักทุกคนมาก และทุกครั้งที่มีคนต้องย้ายไปที่อื่น
หรือต้องพบการจากลาผมมักเศร้าเสมอ แต่เราก็แสดงสิ่งนั้นออกมาได้ไม่มาก สิ่งที่ทำได้คือคิดถึง อวยพร อธิฐานเผื่อ 

      ดังนั้น ผมจึงเฝ้าอธิฐานให้เขาเหล่านั้นได้รู้จักพระเจ้า และสิ่งที่เหลือพระองค์จะทรงนำ ผมพาคนมากมายมาพบพระเจ้า
ที่แสนพิเศษองค์นี้(พระเยซู) ผมไม่ได้ทำเพราะเก็บเเต้มไม่ได้ทำเพราะ ต้องการอะไรตอบแทน สิ่งที่ทำให้ผมมีกำลังที่จะทำเสมอคือความรัก 

      ผมรักทุกคน ผมรักทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวผม แม้กระทั้งปัญหาผมรักที่จะได้เรียนรู้ คุณรู้ไหมการได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น 
มันเป็นสิ่งพิเศษที่มากกว่าการได้รับซะอีก อย่าคาดหวังจะได้รับเพียงฝ่ายเดียว ถ้าคุณลองได้ให้ออกไป 
คุณจะมีความสุขมากไปกว่าการรับซะอีก 
     
     สุดยอดไหมละ สักวันหนึ่งคนที่ผมพามาพบพระเจ้าของผมก็จะต้องจากลาโลกอันสวยงามแน่นอน 
ผมไม่ได้กล่าวเพื่อแช่งหรือเอยไม่ดี แต่มันเป็นความจริงและวันนั้นผมจะได้พบกับเขาเหล่านั้นบนสวรรค์ในดินแดนบรมสุขเกษมอีกครั้ง ผมไม่รังรอที่จะประกาศเรื่องราวดี ๆ เพื่อคนมากมาย 

แล้วคุณละ ทำอะไรดี ๆ เพื่อคนรอบข้างแล้วหรือยัง 
 
 
Mr.K
 

BB หนุนใจค่ะ‏

posted on 07 Oct 2012 22:03 by mr-ktp  in GOD
จงมอบภาระของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน (สดด. 55:22)

พระคำไม่ได้บอกว่า พระเจ้าจะแบกภาระแทนเรา หรือ จะเอาภาระของเราไปทิ้ง
พระองค์ไม่ทรงปลดภาระหนักออก.. แต่จะเพิ่มกำลังให้

เพื่อเราจะสามารถรับผิดชอบต่อภาระนั้นอย่างสุดกำลัง
เพราะภาระหนักทำให้เราเรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโต

พระองค์ไม่ทรงฉุดเราออกจากการสู้รบ.. แต่จะ
ทรงนำเราให้ต่อสู้เพื่อมีชัยชนะ
ภาระหนักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าเราแบกมันไว้เราก็รับพระพรเต็มๆ ^_^
 



จินตนา  กี่เอี่ยน
JINTANA KEE-AIAN

มูลนิธิสายธารพระพร
Stream Of Blessing Foundation
86/1 ม.7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
86/1 M.7 T.watjan A.muang Phitsanulok 65000
โทร./Tel  055-215783, 08-9601-6223

By: Rick Warren 

 

...สิ่งสำคัญที่ควรรู้ คือ ไม่ควรศึกษาพระคัมภีร์แบบเจาะลึกในช่วงของการเฝ้าเดี่ยว

ไม่มีอะไรที่จะทำลายเวลาเฝ้าเดี่ยวของคุณได้ดีเท่ากับการนำเรื่องการศึกษาพระคัมภีร์มาทำในช่วงเฝ้าเดี่ยว

เมื่อเฝ้าเดี่ยวขอให้คุณเพียงแค่อิ่มเอมใจไปกับการสถิตอยู่ของพระเจ้าและสามัคคีธรรมกับพระองค์เท่านั้น

 

มีคำกล่าวไว้ ถ้าหากคุณอยากรู้ว่าคนนั้นเป็นคนอย่างไรจริงๆ ให้ดูว่าเขาใช้เวลาเฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้าอย่างไร

 

ยิ่งมีงานยุ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้เวลากับพระเจ้ามากเท่านั้น

 

คุณเคยไม่อาบน้ำบ้างไหม? จะรู้สึกเหนียวตัวและกลิ่นตัวแรงมากแค่ไหน

เมื่อเราอ่านพระคำของพระเจ้า เราจะได้รับการชำระให้สะอาด

การใช้เวลาเฝ้าเดี่ยวเป็นประจำทุกวันเป็นการอาบน้ำฝ่ายวิญญาณ

หลายคนไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เพื่อนรู้สึกรังเกียจโดยไม่อาบน้ำ ก็คงไม่เข้าใจว่า

คริสเตียนสามารถทำตัวเป็นที่น่ารังเกียจต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ โดยการส่งกลิ่นตัวฝ่ายวิญญาณที่ไม่พึงประสงค์ของเขา

 

ยน.15:3-4 

ท่านทั้งหลายได้รับการชำระให้สะอาดแล้วด้วยถ้อยคำที่เราได้กล่าวแก่ท่าน

จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน

...ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเรา

 

อย่าให้อะไรมาขโมยเวลาที่คุณจะใช้กับพระเจ้าไป รักษาไว้สุดชีวิต

ถ้าพระเยซูคริสต์เป็นที่หนึ่งในชีวิตคุณ คุณควรถวายส่วนแรกของทุกวันให้พระองค์

เวลาเฝ้าเดี่ยวของคุณควรจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งและเป็นสิ่งที่คุณอุทิศให้ทั้งชีวิต

 

การเข้ามาหาพระเยซู ต้องปล่อยวางทุกสิ่งรวมทั้งตัวตน ยอมจำนนต่อพระองค์ทั้งชีวิต

แล้วจะพบมันอีกครั้งในพระองค์

ความเชื่อนั้นจะเติบโตขึ้นเหมือนต้นกล้า

ความเชื่อจะกลายมาเป็นวิถีชีวิตและแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย

ชีวิตอยู่ได้โดยความเชื่อ มันไม่ใช่ทรัพย์สมบัติที่จะตกหายหรือหมดไป

เพราะทั้งชีวิตคือความเชื่อและเพราะความเชื่อเท่านั้นที่ผลักดันให้ชีวิตดำเนินต่อไป

 

เมื่อใดที่คุณรู้จักพระคำของพระเจ้า คุณก็จะรู้พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของคุณ

เมื่อรู้พระประสงค์พระเจ้า คุณจะมีคำอธิษฐานที่เฉพาะเจาะจงและได้คำตอบที่เจาะจงเช่นกัน

 
^___^


จินตนา  กี่เอี่ยน
JINTANA KEE-AIAN

มูลนิธิสายธารพระพร
Stream Of Blessing Foundation
86/1 ม.7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
86/1 M.7 T.watjan A.muang Phitsanulok 65000
โทร./Tel  055-215783, 08-9601-6223
ได้ย้อนกลับไปอ่านบทความนี้อีกครั้ง ได้รับกำลังใจมากค่ะ จึงขอส่งมาหนุนใจพี่น้องอีกครั้งเช่นกันนะคะ

พระบิดาที่รัก โปรดนำการหนุนใจ การชูใจ ความเชื่อ ให้เติบขึ้นในหัวใจของเรามากยิ่งขึ้นอีก ขอให้เราได้มองเห็นพระองค์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากบทความหนุนใจฉบับนี้ค่ะ เอเมน ^^
 

เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามา  When the Master Steps In 

By Joel Osteen


เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รู้เรื่องเกี่ยวกับ เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชอบเปียโนมาก เขาจะคอยดีดเปียโนในทุกครั้งที่เขามีโอกาส เขาเองไม่ได้เรียนเปียโนมาก่อนเพราะว่า ครูบอกว่าเขายังตัวเล็กเกินไปและยังเด็กเกินกว่าจะเล่นเปียโนได้ แต่ว่าเขาก็ไม่สนใจคำพูดพวกนี้หรอก เขากลับฝึกฝน และเล่นเพลงที่เขารู้จัก ซึ่งก็รู้จักอยู่แค่เพลงเดียวก็คือ เพลงที่ชื่อว่า "Chopsticks" 

Not long ago, I heard a story about a five–year–old boy who loved the piano. Any time he got the chance; he would sit down and fiddle around on the keys. He never had lessons or formal training because he was told that he was too small or too young to play the piano. But in spite of those comments, he continued to practice and practice the only song he knew how to play, "Chopsticks." 


 อยู่มาวันหนึ่ง คุณพ่อของเด็กน้อยคนนี้ก็ซื้อตั๋วชมการแสดงดนตรีคลาสสิก ซึ่งในการแสดงนี้มีนักเปียโนชื่อดังมาเล่นร่วมกับวงซิมโฟนีวงหนึ่ง ซึ่งนักเปียโนคนนี้นับว่าเป็น หนึ่งในสุดยอดฝีมือด้านเปียโนเลยทีเดียว และในวันแสดงคอนเสิร์จนี้เอง ตอนที่พวกเขากำลังเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา เด็กน้อยก็ไปเห็นแกรนด์เปียโนหลังงามที่อยู่หลังม่านบนเวทีการแสดง พอเขามองซ้ายมองขวาไม่เห็นว่ามีใคร เขาก็แอบไปลองเล่นเปียโนดู และก็แน่นอนว่าเขาเล่นเพลงที่ เขาถนัดเพลงเดียว คือ "Chopsticks" ซึ่งเขาก็เล่นเพลงนี้ในเวอร์ชั่นที่ง่ายๆสำหรับผู้เริ่มต้นตามที่เขาจะเล่นได้ 

One day, the boy's father surprised him with tickets to go to the symphony and hear a world–renowned Italian pianist. This man was one of the greatest pianists that had ever lived. The night of the concert arrived and as they walked to their seats, the little boy saw the beautiful grand piano on stage behind the curtain. When no one was looking, he snuck over and sat down on the piano bench and began to play his elementary version of chopsticks. 


 ต่อมาเมื่อเวลาแสดงใกล้เข้ามา ม่านการแสดงก็เปิดออก และผู้ชมก็ตั้งตารอชมนักเปียโนผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ทว่าที่ผู้ชมเห็นกลับเป็นเด็กน้อยที่กำลังเล่นเพลง "Chopsticks" ซึ่งเด็กน้อยก็กำลังเพลินเลยไม่ทันจะรู้สึกตัวว่ามีคนดูเขาอยู่นะ แต่ว่าเมื่อเขาเริ่มรู้ตัว เขาก็ตกใจตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว 

About that time, the curtain began to rise and the audience was prepared to see the world–famous, master pianist. Instead, they saw the little boy hunched over the keys playing "Chopsticks." The boy was so caught up in his world that he didn't even know anyone was watching. When he suddenly realized what was happening, he was petrified. 


 พอเป็นอย่างนั้นเขาก็ทำท่าจะลุกหนี แต่ว่าก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้เปียโน ก็มีแขนใหญ่ๆคู่หนึ่งมาโอบรั้งเขาไว้ และมีมือใหญ่ๆคู่หนึ่งมาอยู่บนคีย์เปียโน ซึ่งไม่ใช่ของใครอื่น คุณนักเปียโนผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง เขาก็กระซิบบอกเด็กน้อยว่า "เล่นต่อไปซิ" แล้วเด็กน้อยก็เล่นเปียโนเพลงเดิม"Chopsticks" ในแบบง่ายๆทีเขาเล่นได้นั้น และแล้วนักเปียโนชื่อดังก็เริ่มบรรเลงบทเพลงเดียวกันนี้ ในจัวงหวะและคีย์เดียวกันกับที่เด็กน้อยเล่น

And just as he was about to get up and run for his life, two big arms reached around him and placed two big hands on the piano keys. It was the master pianist. He whispered in the little boy's ear, "Keep playing." As the little boy continued to play his simple rendition of "Chopsticks", this world–renown pianist began to play a Beethoven Symphony piece scored in the same cadence and key.

 

ด้วยการนำของผู้ยิ่งใหญ่นี้ วงออเครสต้าทั้งวงก็เริ่มบรรเลงเข้ามา เริ่มจากเครื่องเป่า เครื่องแตร เสียงกลองต่างๆ และแล้วคุณพ่อของเด็กน้อยนี้ที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งของเขาก็เริ่มน้ำตาไหล เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เลย เขาไม่เคยฝันเลยว่าเพลงแบบง่ายๆที่เขาได้ยินทุกวันในห้องนั่งเล่นจะกลายเป็นเพลงซิมโฟนีที่ไพเราะและงดงามแบบนี้

Under the direction of the master, the rest of the orchestra came in. First, he brought in the woodwinds, then the brass, then the percussion. The boy's father sat there with tears coming down his cheeks. He couldn't believe what he was experiencing. He never dreamed that simple tune he heard in his living room each day would become a beautifully orchestrated Beethoven symphony.

 

มีอะไรที่มันแตกต่างกันนะหรือ? สิ่งนั่นก็คือ ผู้ยิ่งใหญ่ได้ก้าวเข้ามา

What was the difference? The master stepped in.

บางครั้งในชีวิตของคุณ คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่รู้เคล็ดลับพิเศษอะไร ผู้คนเขาก็ไม่ได้มองเห็นความต้องการหรือว่าความสามารถของคุณ แต่ว่าผมมีข่าวดีมาบอกคุณ คือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระเจ้าพระองค์ทรงมองเห็น เมื่อใดที่คุณใช้ความสามารถที่คุณมี เท่าที่คุณมี ท่านผู้ยิ่งใหญ่จะก้าวเข้ามา พระองต์ตจะวางพระหัตถ์บนมือของคุณ พระองค์จะนำเอาสิ่งที่คุณคิดว่า มันเป็นแค่สิ่งที่สุดแสนจะธรรมดา แค่ความสามารถแบบที่คนทั่วไปมีกัน พระเจ้าสามารถที่จะนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นงานชิ้นเอกได้ 

Sometimes in life, you may not feel like you have the talent, the wisdom, or the "know how." People may not see your desire or ability, but the good news is: God does. When you use what you have, the Master will step in. He'll put His hands on top of your hands. He'll take what you think is average–average gifts, average talent, average ability–and He'll turn your life into a masterpiece.


 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์  ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี  ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ (เอเฟซัส 2:10)

For we are God's masterpiece. He has created us anew in Christ Jesus, so we can do the good things He planned for us long ago (Ephesians 2:10, NLT.)


With love
Jin ^^


จินตนา  กี่เอี่ยน
JINTANA KEE-AIAN

มูลนิธิสายธารพระพร
Stream Of Blessing Foundation
86/1 ม.7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
86/1 M.7 T.watjan A.muang Phitsanulok 65000
โทร./Tel  055-215783, 08-9601-6223

1 โครินธ์ 3:16

posted on 07 Oct 2012 21:58 by mr-ktp  in GOD

โดย: อาเชอร์ (คีธ) อินเทรเตอร์ ..จากหนังสือ One New Man Thailand 

   

1 โครินธ์ 3:16          ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านเป็นวิหารของพระเจ้า

                             และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่าน

 

เราเป็นที่ประทับของพระเจ้า เป็นที่ซึ่งพระองค์ประทับในฝ่ายร่างกายบนโลกนี้... 

เราเป็นส่วนหนึ่งของการบ่งบอกว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด 

พระทัยของพระองค์นั้นอยู่ในความนึกคิดของเรา

พระองค์มองดูสิ่งต่างๆ ผ่านสายตาของเรา 

พระองค์เดินไปในที่ต่างๆ ด้วยกันกับเรา

 

เราต้องเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นทุกวัน

ไม่เพียงต้องเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นในเราแต่ละคนเท่านั้น

แต่เหมือนมากขึ้นในฐานะของคริสตจักรที่มาอยู่ร่วมกันด้วย

 

...การเจิมของพระเจ้าที่กระทำต่อพระกายโดยรวมนั้นยิ่งใหญ่กว่าการเจิมของแต่ละคน

(กำปั้นนั้นมีกำลังยิ่งใหญ่กว่าการรวมนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกัน)

เมื่อเรามาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในฝ่ายวิญญาณ

พระวิญญาณของพระเจ้าสามารถสำแดงพระองค์ในลักษณะยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยเห็นมาก่อน

 

ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคริสตจักรในวาระสิ้นยุด เป็นแผนการที่ถูกกำหนดไว้แล้ว การกลับคืนสู่สภาพดีดังเดิมของอิสราเอลและของคริสตจักร จะนำไปสู่การเกิดอาณาจักรของพระเจ้าบนโลกนี้


พระเจ้าอยู่ในชีวิต มอง คิด และไปทุกที่กับเรา ช่างเป็นความหวังที่มั่นใจในการดำเนินชีวิต เผชิญทุกสิ่ง ชื่นชมและครอบครองทุกอย่างที่กำหนดไว้ด้วยท่าทีที่ถูกต้อง ธรรมชาติที่ทรงสร้างจะถูกทำให้กลับคืนสู่สภาพของสวรรค์ดังเดิม...

 

with love

จินค่ะ ^^




จินตนา  กี่เอี่ยน
JINTANA KEE-AIAN

มูลนิธิสายธารพระพร
Stream Of Blessing Foundation
86/1 ม.7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
86/1 M.7 T.watjan A.muang Phitsanulok 65000
โทร./Tel  055-215783, 08-9601-6223